สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทยร่วมปตท. ​เปิดโครงการ”ว่ายน้ำเพื่อชีวิต” และ “พี่สอนน้อง” ปี 3

สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทยร่วมปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ”ว่ายน้ำเพื่อชีวิต”และ”พี่สอนน้อง”ปี 3 ตั้งเป้าคัดเลือกเยาวชนภูมิภาคละ 350 คน รวม 6 ภาคทั่วประเทศไม่เกิน 2,400 คนเข้าร่วมโครงการ ให้มีทักษะว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดจำนวนไม่น้อยกว่า 70% เยาวชนสมัครเข้าร่วมโครงการได้ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อุปนายกสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายพัฒนเศรษฐ์ จังคศิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สังกัด ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท​ ปตท. จำกัด (มหาชน) พล.อ.ธนิส พิพิธวณิชการ ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย และประธานโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตและโครงการพี่สอนน้อง พร้อมผู้บริหารสมาคม และผู้แทนบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)​ ร่วมแถลงข่าวโครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตว่า จากรายงานการจมน้ำระดับโลก ขององค์การอนามัยโลก พบการจมน้ำเป็นสาเหตุอันดับ 3 ของการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บ ซึ่งแต่ละปีมีเด็ก เสียชีวิตจากการจมน้ำเฉลี่ยปีละ 140,219 ราย ขณะที่ปี 2562 มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำสูงถึง 3,360 ราย เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี 559 ราย และในปี 2563 เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตมากถึง 692 ราย ซึ่งเป็นการเสียชีวิตอันดับ 1

โดยทางสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ประสานความร่วมมือ กับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)​ เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น ได้จัดโครงการ 2 โครงการ คือ โครงการว่ายน้ำเพื่อชีวิตประจำปี 2565 และโครงการพี่สอนน้อง ซึ่งทั้ง 2 โครงการจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีทักษะการว่ายน้ำอย่างถูกต้องสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาสได้เรียนว่ายน้ำ อีกทั้งทำให้เด็กๆมีสุขภาพดี ว่ายน้ำเป็น ซึ่งนำไปสู่การลดอัตราการสูญเสียชีวิตของเด็กในแต่ละปีที่มีจำนวนสูงมาก โดยการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความเป็นเลิศให้กับนักกีฬาเยาวชนในการแข่งขันระดับชาติและระดับนานาชาติ รวมไปถึงเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่เส้นทางนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคต

พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล กล่าวต่อว่า ทั้ง 2 โครงการเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและเยาวชน ที่ทางสมาคมต้องรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส และผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ อีกทั้งทำให้ทุกคนมุ่งสู่ความเป็นเลิศของการนักกีฬา​ว่ายน้ำ ซึ่งโครงการนี้จะมีในทุกภูมิภาค สำหรับปี 2565 นี้สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทยได้ประสานสมาคมกีฬาว่ายน้ำในแต่ละภูมิภาคให้ประกาศเชิญชวนเยาวชนที่ว่ายน้ำไม่เป็นและมีความต้องการจะเรียนรู้เรื่องการว่ายน้ำให้คัดเลือกเยาวชนในแต่ละพื้นที่อย่างน้อยภาคละ 350 คน รวม 6 ภาคทั่วประเทศไม่เกิน 2,400 คนมาเข้าร่วมโครงการ โดยได้รับสมัครเยาวชนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่มกราคมที่ผ่านมาและจะสิ้นสุดเดือนพฤษภาคมนี้

“ความคาดหวังในปีนี้ ที่เราตั้งความมุ่งหมายไว้คือ วางเป้าหมายให้เยาวชนในพื้นที่เสี่ยงต่อการจมน้ำในชุมชนทั้ง 6 ภูมิภาคทั่วประเทศได้มีโอกาสว่ายน้ำ เราตั้งเป้าไว้ 2,400 คน โดยให้ผู้นำชุมชนช่วยประชาสัมพันธ์ให้แต่ละภูมิภาคจัดบุคลากรเพื่อสอนว่ายน้ำให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ เรามีเป้าหมายว่า นักกีฬากลุ่มเป้าหมายจะมีทักษะการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดจำนวนไม่น้อยกว่า 70% เราเชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะจุดประกายให้เด็กทั่วประเทศ รวมถึงครอบครัว ผู้ใหญ่ในสังคม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการให้เด็กได้มีทักษะในการเอาชีวิตรอดทางน้ำ เพื่อลดสถิติการสูญเสียจากการจมน้ำในอนาคตต่อไป” อุปนายกสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย กล่าว

ทางด้านนายพัฒนเศรษฐ์ จังคศิริ กล่าวว่า ทาง.ปตท. สนับสนุนสมาคมฯในโครงการต่างๆมา 5 ปี ซึ่งโครงการฯนี้ “เราเห็นการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หากประสบเหตุจมน้ำ อีกทั้งเห็นการพัฒนาวงการกีฬาว่ายน้ำที่เทียบเท่าสากลได้”

ภาพตัวอย่างโครงการที่ผ่านมา

You May Also Like

Leave a Reply

Your email address will not be published.